วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559



แนวการสอนนีโอฮิวแมนนิส (Neo-humanist)



(พี.อาร์.ซาร์การ์ (P.R.Sarkar)ผู้คิดแนวการสอนนีโอฮิวแมนนิส)

บทนำ
จุดเริ่มของแนวคิดนี้มาจากโยคีชาวอินเดียผู้ยิ่งใหญ่ พี.อาร์.ซาร์การ์ (P.R.Sarkar) ที่นำศาสตร์ทางตะวันออกกับความทันสมัยแบบตะวันตกมาผสมผสานเข้าด้วยกัน เช่นมีการให้เด็กๆฝึกสมาธิ ทำโยคะ ขณะเดียวกันก็ใช้เสียงเพลงและวิธีการสอนใหม่ๆรวมเข้าไปด้วย โดยให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนในเด็กเล็กนีโอฮิวแมนนิสมีความเชื่อเกี่ยวกับมนุษย์ที่ว่า มนุษย์เป็นสิ่งที่มีชีวิตที่มีพัฒนาการสูงที่สุด พื้นฐานจิตใจของมนุษย์นั้นมีความดีงาม มีคุณค่า ใฝ่รู้ มีความต้องการจากภายในที่จะพัฒนาตนเองไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด การพัฒนาคนจึงมีหน้าที่จะต้องช่วยพัฒนาศักยภาพแฝงที่มีอยู่ในตัวคนเราให้แสดงออกมาได้อย่างสูงสุดด้วย การทำให้คนโดยเฉพาะในเด็กให้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง (Self Esteem) โดยนีโอฮิวแมนนิสจะมีคำกล่าวที่ว่า

"กิ่งไผ่อ่อนสามารถจะถูกดัดหรือปรับให้อยู่ในรูปแบบใดก็ได้ ส่วนกิ่งไผ่แก่จะต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ในการดัดหรือปรับให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งก็อาจหักหรือเสียหายโดยง่าย นี่คือเหตุผลสำคัญที่เราควรให้ความสนใจการศึกษาระดับอนุบาลยิ่งกว่าการศึกษาระดับใดๆทั้งสิ้น"

 แนวคิด
การพัฒนาคนแนวใหม่ด้วยวิธีการด้านบวก เพื่อที่จะพัฒนาคนให้สมบูรณ์ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การพัฒนาคนตามแนวนีโอฮิวแมนนิสจึงเป็นการพัฒนาในทุกๆด้านของคนเราให้กลายเป็นคนที่พึ่งตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งมีลักษณะดังนี้

Physically Fit   มีร่างกายที่แข็งแรง
Mentally Strong   มีจิตใจที่มั่นคง เปิดกว้าง เฉลียวฉลาด
Spiritual Elevated   มีจิตสาธารณะ
Academic Knowledge   มีความรู้ที่จะนำไปประกอบอาชีพที่ตัวเองถนัดและต้องการได้

แนวการสอน
 คือทำให้เด็กเก่ง ฉลาด แข็งแรง มีความคิดด้านบวก มีน้ำใจ และมีความสุข โดยมีวิธีการด้านการคิดบวกบวก ดังต่อไปนี้

1.การสร้างบรรยายกาศให้คลื่นสมองต่ำ
ประสิทธิภาพการทำงานของคนเราจะเปลี่ยนไปตามคลื่นสมองที่เราส่ง ยิ่งต่ำลงมากเท่าไรยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น เพราะแสดงว่ามีความสงบทางจิตใจ อารมณ์ดี ใจเย็น มีความคิดสร้างสรรค์สูง เกิดสมาธิจิตใจเป็นหนึ่งเดียวไม่ฟุ้งซ่านไม่วอกแวก

กิจกรรมที่ฝึกคลลื่นสมอง :  การรับประทานอาหาร การฟังเพลง การออกกำลังกาย การฝึกโยคะ และการทำสมาธิก่อนเรียน จะเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว



2.การพัฒนาเซลล์ประสานประสาท
ความฉลาดของสมองขึ้นอยู่กับเซลล์ประสานประสาท ซึ่งเป็นตัวเชื่อมระหว่างเซลล์สมอง ยิ่งเซลล์ประสานประสาทนี้เกิดขึ้นมากเท่าใด สมองย่อมจะทำงานดีขึ้น ทำให้สมองฉับไว มีความจำดี เกินกว่า 80% ของการพัฒนาเซลล์ประสานประสาทจะเกิดในช่วงเด็กเล็กๆ มีการค้นพบว่า เซลล์ประสานประสาทนี้สามารถพัฒนาให้มีมากขึ้นได้ด้วยการทำให้กล้ามเนื้อมือและกล้ามเนื้อเท้าของเด็กแข็งแรง

กิจกรรมพัฒนาเซลล์ประสาท :ให้เด็กๆมีการใช้มือและเท้าให้มาก เช่น กิจกรรมโยคะ การเต้นรำ ยิมนาสติกและตีลังกา วิ่ง ว่ายน้ำ ปีนป่าย ฯลฯ



3.การให้ความรัก
 แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีวัยรุ่นคนใดที่มีปัญหาหากพวกเขาเติบโตมาท่ามกลางรอยยิ้ม คำชมเชย คำพูดให้กำลังใจ ความเข้าใจ การให้อภัย การกอด การสัมผัส และความเป็นเพื่อนของคนในครอบครัว และจากที่โรงเรียน สัมผัสที่อบอุ่น รอยยิ้มที่อ่อนหวาน เสียงหัวเราะ และแววตาที่ให้กำลังใจ จึงเปรียบเสมือนพลังในการต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิต





ประโยชน์ของทษฏีนีโอฮิวแมนนิส
-เด็กๆ เรียนหนังสืออย่างมีความสุข เพราะครูใช้วิธีการด้านบวกในการจูงใจเด็กให้เกิดการเรียนรู้
-เด็กๆจะรู้สึกบวก เชื่อมั่นในตัวเอง เนื่องจากเด็กๆจะได้รับความรักอย่างเต็ม
-เด็กๆจะเป็นคนที่สมองดี เนื่องจากเซลล์ประสานประสาทของเด็กๆได้รับการพัฒนาจากการฝึกกล้ามเนื้อมือและเท้า
-เด็กๆจะเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง เนื่องจากเด็กๆจะได้รับการจูงใจให้รับประทานอาหาร และมีการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง และทำโยคะอย่างสม่ำเสมอ
-เด็กๆสามารถที่จะเก่งทางวิชาการ ควบคู่ไปกับวิชาอื่นๆ เพราะเด็กๆถูกฝึกให้มีคลื่นสมองต่ำ
- เด็กๆจะเป็นคนที่มีจิตสาธารณะสูง มีน้ำใจและชอบช่วยเหลือผู้อื่น จากการที่เด็กๆได้ทำสมาธิตามแนวนีโอฮิวแมนนิส เด็กๆก็จะมีจิตใจที่เปิดกว้างขึ้น มีความรักความเมตตาสูงขึ้น