แนวการสอนนีโอฮิวแมนนิส (Neo-humanist)
(พี.อาร์.ซาร์การ์ (P.R.Sarkar)ผู้คิดแนวการสอนนีโอฮิวแมนนิส)
บทนำ
จุดเริ่มของแนวคิดนี้มาจากโยคีชาวอินเดียผู้ยิ่งใหญ่
พี.อาร์.ซาร์การ์ (P.R.Sarkar) ที่นำศาสตร์ทางตะวันออกกับความทันสมัยแบบตะวันตกมาผสมผสานเข้าด้วยกัน
เช่นมีการให้เด็กๆฝึกสมาธิ ทำโยคะ
ขณะเดียวกันก็ใช้เสียงเพลงและวิธีการสอนใหม่ๆรวมเข้าไปด้วย
โดยให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนในเด็กเล็กนีโอฮิวแมนนิสมีความเชื่อเกี่ยวกับมนุษย์ที่ว่า
มนุษย์เป็นสิ่งที่มีชีวิตที่มีพัฒนาการสูงที่สุด
พื้นฐานจิตใจของมนุษย์นั้นมีความดีงาม มีคุณค่า ใฝ่รู้
มีความต้องการจากภายในที่จะพัฒนาตนเองไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
การพัฒนาคนจึงมีหน้าที่จะต้องช่วยพัฒนาศักยภาพแฝงที่มีอยู่ในตัวคนเราให้แสดงออกมาได้อย่างสูงสุดด้วย
การทำให้คนโดยเฉพาะในเด็กให้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง (Self Esteem) โดยนีโอฮิวแมนนิสจะมีคำกล่าวที่ว่า
"กิ่งไผ่อ่อนสามารถจะถูกดัดหรือปรับให้อยู่ในรูปแบบใดก็ได้
ส่วนกิ่งไผ่แก่จะต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ในการดัดหรือปรับให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม
ซึ่งก็อาจหักหรือเสียหายโดยง่าย
นี่คือเหตุผลสำคัญที่เราควรให้ความสนใจการศึกษาระดับอนุบาลยิ่งกว่าการศึกษาระดับใดๆทั้งสิ้น"
แนวคิด
การพัฒนาคนแนวใหม่ด้วยวิธีการด้านบวก เพื่อที่จะพัฒนาคนให้สมบูรณ์
ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การพัฒนาคนตามแนวนีโอฮิวแมนนิสจึงเป็นการพัฒนาในทุกๆด้านของคนเราให้กลายเป็นคนที่พึ่งตัวเองได้อย่างสมบูรณ์
ซึ่งมีลักษณะดังนี้
Physically Fit มีร่างกายที่แข็งแรง
Mentally Strong มีจิตใจที่มั่นคง เปิดกว้าง เฉลียวฉลาด
Spiritual Elevated มีจิตสาธารณะ
Academic Knowledge มีความรู้ที่จะนำไปประกอบอาชีพที่ตัวเองถนัดและต้องการได้
แนวการสอน
คือทำให้เด็กเก่ง ฉลาด
แข็งแรง มีความคิดด้านบวก มีน้ำใจ และมีความสุข โดยมีวิธีการด้านการคิดบวกบวก
ดังต่อไปนี้
1.การสร้างบรรยายกาศให้คลื่นสมองต่ำ
ประสิทธิภาพการทำงานของคนเราจะเปลี่ยนไปตามคลื่นสมองที่เราส่ง
ยิ่งต่ำลงมากเท่าไรยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น
เพราะแสดงว่ามีความสงบทางจิตใจ อารมณ์ดี ใจเย็น มีความคิดสร้างสรรค์สูง
เกิดสมาธิจิตใจเป็นหนึ่งเดียวไม่ฟุ้งซ่านไม่วอกแวก
กิจกรรมที่ฝึกคลลื่นสมอง :
การรับประทานอาหาร การฟังเพลง การออกกำลังกาย การฝึกโยคะ
และการทำสมาธิก่อนเรียน จะเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว
2.การพัฒนาเซลล์ประสานประสาท
ความฉลาดของสมองขึ้นอยู่กับเซลล์ประสานประสาท
ซึ่งเป็นตัวเชื่อมระหว่างเซลล์สมอง ยิ่งเซลล์ประสานประสาทนี้เกิดขึ้นมากเท่าใด
สมองย่อมจะทำงานดีขึ้น ทำให้สมองฉับไว มีความจำดี เกินกว่า 80%
ของการพัฒนาเซลล์ประสานประสาทจะเกิดในช่วงเด็กเล็กๆ มีการค้นพบว่า
เซลล์ประสานประสาทนี้สามารถพัฒนาให้มีมากขึ้นได้ด้วยการทำให้กล้ามเนื้อมือและกล้ามเนื้อเท้าของเด็กแข็งแรง
กิจกรรมพัฒนาเซลล์ประสาท :ให้เด็กๆมีการใช้มือและเท้าให้มาก
เช่น กิจกรรมโยคะ การเต้นรำ ยิมนาสติกและตีลังกา วิ่ง ว่ายน้ำ ปีนป่าย ฯลฯ
3.การให้ความรัก
แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีวัยรุ่นคนใดที่มีปัญหาหากพวกเขาเติบโตมาท่ามกลางรอยยิ้ม
คำชมเชย คำพูดให้กำลังใจ ความเข้าใจ การให้อภัย การกอด การสัมผัส และความเป็นเพื่อนของคนในครอบครัว
และจากที่โรงเรียน สัมผัสที่อบอุ่น รอยยิ้มที่อ่อนหวาน เสียงหัวเราะ
และแววตาที่ให้กำลังใจ
จึงเปรียบเสมือนพลังในการต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิต
ประโยชน์ของทษฏีนีโอฮิวแมนนิส
-เด็กๆ เรียนหนังสืออย่างมีความสุข เพราะครูใช้วิธีการด้านบวกในการจูงใจเด็กให้เกิดการเรียนรู้
-เด็กๆจะรู้สึกบวก เชื่อมั่นในตัวเอง
เนื่องจากเด็กๆจะได้รับความรักอย่างเต็ม
-เด็กๆจะเป็นคนที่สมองดี
เนื่องจากเซลล์ประสานประสาทของเด็กๆได้รับการพัฒนาจากการฝึกกล้ามเนื้อมือและเท้า
-เด็กๆจะเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง เนื่องจากเด็กๆจะได้รับการจูงใจให้รับประทานอาหาร
และมีการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง และทำโยคะอย่างสม่ำเสมอ
-เด็กๆสามารถที่จะเก่งทางวิชาการ ควบคู่ไปกับวิชาอื่นๆ
เพราะเด็กๆถูกฝึกให้มีคลื่นสมองต่ำ
- เด็กๆจะเป็นคนที่มีจิตสาธารณะสูง มีน้ำใจและชอบช่วยเหลือผู้อื่น
จากการที่เด็กๆได้ทำสมาธิตามแนวนีโอฮิวแมนนิส เด็กๆก็จะมีจิตใจที่เปิดกว้างขึ้น
มีความรักความเมตตาสูงขึ้น




